วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ท่องเที่ยวทัวน์...วัดป่าเลไลยก์...จ.สุพรรณบุรี

ท่องเที่ยวทัวน์...วัดป่าเลไลยก์...จ.สุพรรณบุรี

เค้าว่ากันว่า ถ้าได้มาเมืองสุพรรณบุรี แล้วไม่ได้แวะมากราบไหว้หลวงพ่อโตที่วัดป่าเลไลยก์ ก็เหมือนมาไม่ถึงเมืองสุพรรณบุรี ด้วยที่วัดป่าเลไลยก์นั้น เป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสุพรรณบุรีมาเนิ่นนาน และยังเป็นสถานที่หนึ่งในวรรณคดีไทยเรื่อง ขุนช้าง-ขุนแผน อีกตังหาก

วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร นั้นตั้งอยู่ที่ ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี หรือท่าจีน ระยะทางห่างจากฝั่งประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร มีเนื้อที่กว้าง 82 ไร่ 1 งาน โดยมีโบราณสถานอันเป็นประธานของวัด นั้นคือ พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ซึ่งผู้คนเรียกกันว่า “ หลวงพ่อโตวัดป่าไลไลยก์”

ติดตามเรื่องราวการท่องเที่ยวอื่นๆได้อีกที่ http://travel.sanook.com/

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ท่องเที่ยวสไตล์ครอบครัว บึงฉวาก เฉลิมพระเกียรติ จ.สุพรรณบุรี

ท่องเที่ยวสไตล์ครอบครัว บึงฉวาก เฉลิมพระเกียรติ จ.สุพรรณบุรี

บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ นั้นเป็นบึงน้ำธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่ ทั้งหมดประมาณ 2,700 ไร่ ระยะทางห่างจากตัวเมืองสุพรรณบุรีประมาณ 64 กิโลเมตร บึงฉวากมีพื้นที่ติดกับ อ.หันคา จ.ชัยนาท และ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ส่วนที่อยู่ใน อ.เดิมบางนางบวช จะมีพื้นที่ประมาณ 1,700 ไร่ บึงฉวากได้รับการประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 และในปี พ.ศ. 2541 ก็ได้รับการจัดตั้งให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติอีกด้วย
สถานที่ท่องเที่ยวในบึงฉวากมีมากมาย มีทั้งโซนสวนสัตว์ อุทยานผักพื้นบ้าน บ่อจระเข้น้ำจืด อุโมงค์ปลาน้ำจืด เหมาะกับการท่องเที่ยวกับครอบครัว ที่สำคัญ คือภายในบึงฉวากนั้นมีที่พักให้บริการอีกด้วย

อ่านข้อมูลท่องเที่ยวอื่นๆที่ http://travel.sanook.com/

วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

'สามชุก' ตลาดร้อยปีของจังหวัดสุพรรณบุรี

"สามชุก" ตลาดร้อยปีของจังหวัดสุพรรณบุรี

 
"สามชุก" เป็นเมืองเล็กๆ ของ จ.สุพรรณบุรี โดย อดีตสามชุกเป็นแหล่งของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติทั้งไทย จีน มอญ ฯลฯ มีสัมพันธ์ต่อกันในลักษณะการแลกเปลี่ยน ซื้อขายสินค้า จนพัฒนาเข้าไปสู่ การลงหลักปักฐาน สร้างเป็นเมืองที่มั่นคงขึ้นมา
ตลาดสามชุก เป็น ตลาดสำคัญที่ทำการติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าสำคัญในอดีตมากว่า 100 ปีก่อน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน จ.สุพรรณบุรี แต่เมื่อมีถนนเข้ามา จึงเกิดการเดินทางทางบกที่เข้ามาแทนที่การเดินทางทางน้ำ ทำให้คนหันหลังให้กับแม่น้ำท่าจีน ความสำคัญของตลาดริมน้ำเริ่มลดลง บรรยากาศการค้าขายในตลาดสามชุกเริ่มซบเซาลง และเมื่อต้องแข่งขันกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และตลาดนัดภายนอกต่างๆ ทำให้ร้านค้าภายในตลาดต้องปรับตัว เมื่อราชพัสดุ เจ้าของที่ดินที่ชาวบ้านได้เช่าที่ดินมายาวนาน ดำริจะรื้ออาคารตลาดเก่า และสร้างตลาดใหม่ขึ้น
ทำให้ชาวบ้าน พ่อค้า ที่อาศัยอยู่ในตลาดสามชุก ครูอาจารย์ที่เห็นคุณค่าตลาดเก่า รวมตัวกันเป็นคณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุกเชิงอนุรักษ์ขึ้น ระดมความคิด เพื่อหาทางอนุรักษ์ตลาดและที่อยู่ของตนไว้ หาทางฟื้นตลาดให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง อันเป็นที่มาของกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยใช้การท่องเที่ยวศึกษาวิถีชีวิตของชุมชนดั้งเดิม ประวัติศาสตร์ในชุมชน เป็นเครื่องมือในการพัฒนาอาคารไม้เก่าแก่ ภายในตลาดสามชุก ที่ก่อสร้างเป็นแนวตั้งฉากกับแม่น้ำท่าจีน เป็นสิ่งที่บ่องบอกให้รู้ว่าเป็นลักษณะของตลาดจีนโบราณเดิม เป็นชุมชนชาวไทย-จีน ที่คงอยู่มาถึงปัจจุบัน ด้วยลวดลายฉลุไม้ที่เรียกกันว่าลายขนมปังขิง ซึ่งเท่าที่พบมา ตลาดนี้มีถึง 19 ลาย เป็น ศิลปะตกแต่งอาคารไม้โบราณ ที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน หากไม่ได้รับการอนุรักษ์ไว้คงสูญหายไปเช่นเดียวกับตลาดโบราณอื่นๆ นอกจากสถาปัตยกรรม อาคารไม้โบราณที่พบเห็นได้ตลอดแนว 2 ข้างทางเดินในตลาดแล้ว วิถีชีวิตและบรรยากาศภายในตลาดก็ยังคงรักษาวิถีแบบดั้งเดิมเหมือนในอดีต และบรรยากาศน้ำใจอัธยาศัยไมตรีของแม่ค้าทั้งหลาย ข้าวของเครื่องใช้ ขนมอาหารที่นำมาขายในตลาด ล้วนเป็นสิ่งที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน ไม่ใช่สิ่งที่จำลองขึ้นมาเพื่อให้ผู้ชมได้ดูชั่วครั้งชั่วคราว แต่สิ่งเหล่านี้คือ วัฒนธรรมที่สืบเนื่องในอดีต บ่มเพาะมาเป็น 100 ปี
การที่ได้เดินชมความคลาสิค ความเก่าแก่ของบ้านไม้ที่อายุนับร้อยปี แล้วแบบห้องแถวที่มีทั้งชั้นเดียวและสองชั้น รวมทั้งได้รับประทานอาหารอร่อยๆ ซึ่งมีให้ลองชิมตลอดทาง ตลาดสามชุกจะมีซอยเล็กๆตั้งแต่สามชุกซอย 1 - 4 ซึ่งแต่ละซอยก็จะอยู่ติดๆกัน โดยในแต่ละซอยก็จะมีร้านค้าที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นพิพิภัณฑ์ร้านค้าต่างๆ ร้านขายของฝาก ขายเสื้อ กระเป๋า รองเท้า ร้านอาหารขึ้นชื่อ ทั้งลูกชิ้นยักษ์ ข้าวห่อใบบัว หรือจะเป้นขนมไข่ปลา เป็นต้น
นักท่องเที่ยวจะได้สามารถสัมผัสแบบไม่รู้เบื่อ อิ่มตา อิ่มใจ อิ่มท้องอย่างไม่รู้ตัวกันเลยทีเดียว และทำให้ตลาดสามชุก แห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าตลาด 100 ปี พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตชีวาและสิ่งที่น่าสนใจภายในตลาดสามชุก

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้อีกที่ http://travel.sanook.com/